วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สเปอร์ส – ลิเวอร์พูล "เมื่อหงส์พบกับของแข็งซะแล้ว" วันที่ 8/13/2009 6:06:05 PM

เปิดฉากแล้วสำหรับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2009-10 อันเป็นฤดูกาลน่าจะฟาดฟันกันอย่างดุและเดือด มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลอังกฤษ


เนื่องจากสองมหาอำนาจลูกหนังแถบตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกับลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีกสูงสุดเท่ากันที่ 18 ครั้ง โดยผลงานของ แมนฯยูไนเต็ดเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และเป็นอีกครั้งที่พวกเขาคว้าแชมป์สามปีติดต่อกัน

นั่นหมายความว่าหากจบปีนี้หนึ่งในสองทีมนี้ ทีมหนึ่งทีมใดคว้าแชมป์มาครองได้ พวกเขาจะถูกยกย่องให้เป็นทีมอันดับหนึ่งของเกาะอังกฤษอย่างไม่ต้องสงสัยอีกแล้ว

แม้ว่า 17 ปีของพรีเมียร์ลีกเรายอมรับกันอยู่แล้วว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่เก่งที่สุดในเกาะอังกฤษจากผลงานจำนวน 11 ครั้งของการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่ยอดรวมของพวกเขายังไล่ลิเวอร์พูลไม่ทัน ทำให้ส่วนลึกของวงการฟุตบอลอังกฤษรวมทั้งฟากแมนฯยูไนเต็ด คุยได้ไม่เต็มปากว่าพวกเขาคือทีมเบอร์หนึ่งของประเทศ

ดังนั้นการเริ่มต้นฤดูกาลอันสำคัญในปีนี้ จึงเท่ากับเป็นการตัดสินกลายๆว่า ใครกันแน่คือเบอร์หนึ่งของประเทศอังกฤษ

นี่จึงเป็นการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความดุเดือด เลือดพล่านที่สุดในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลอาชีพแดนผู้ดีอย่างแท้จริง

ที่สำคัญสัปดาห์แรกของพรีเมียร์ลีกมี 9 คะแนนให้เล่นซะด้วย

เริ่มจากสุดสัปดาห์นี้ ต่อด้วยช่วงกลางสัปดาห์และ สัปดาห์หน้า 3 นัดในเวลา 7 วัน เครื่องร้อนเร็วหรือช้าเดี๋ยวคงได้ทราบกัน

บิ๊กแมตช์ ประจำสัปดาห์แรกอยู่ที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน เมื่อ ทอตแน่มฮอตสเปอร์ รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล หนึ่งในทีมลุ้นแชมป์ ขณะที่แชมป์เก่ารับมือ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ในบ้านตัวเอง อาร์เซนอล บุกเยือน เอฟเวอร์ตัน และเชลซี พบกับ ฮัลล์ ซิตี้

ขณะที่ทีมเงินล้านอย่างแมนฯซิตี้ เยือนแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส....

สถิติ สเปอร์ส พบ ลิเวอร์พูล


สเปอร์ส ชนะ

เสมอ

ลิเวอร์พูล ชนะ

ลีกสูงสุด

36

34

62

เอฟเอ คัพ

1

2

4

ลีก คัพ

4

2

1

อื่นๆ

1

0

2

รวม

42

38

69

ผลงานเมื่อปีที่แล้ว
ที่ไวท์ฮาร์ทเลน : สเปอร์ส ชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 ( 1 พ.ย.2008)
ที่แอนฟิลด์ : ลิเวอร์พูล ชนะ สเปอร์ส 3-1 (24 พ.ค. 2009)

สเปอร์ส
ย้ายเข้า - ปีเตอร์ เคราช์ (พอร์ตสมัธ), เซบาสเตียน บาสซง (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด), ไคล วอล์คเกอร์ และไคล นอฮ์ตัน (เชฟฯยูไนเต็ด)
ย้ายออก - ดิดีเยร์ โซโกรา (เซบีญา), คริส กันเตอร์ (ฟอเรสต์), ดาร์เรน เบนต์ (ซันเดอร์แลนด์)

สภาพทีม - ทีมตราไก่มีปัญหาแนวรับเท่านั้นที่น่าวิตกกังวลเนื่องจากว่า 3 ปราการหลังตัวเก่งของทีม ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้ง โจนาธาน วูดเกต, เลดลีย์ คิง และ ไมเคิล ดอว์สัน ขณะที่ เซบาสเตียน บาสซง นักเตะใหม่จาก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด แม้ร่างกายดี แต่พึ่งย้ายมาแล้วซ้อมได้ไม่นาน

ขณะที่แนวรุกของพวกเขาถือว่าปึ้ก และอาจเป็นปัญหาได้เนื่องจากว่ามีให้ แฮร์รี เรดแนปป์ เลือกถึง 4 คน รอบบี คีน, เจอร์เมน เดโฟ, โรมัน พลาฟลิวเชนโก และ ปีเตอร์ เคราช์ เด็กโปรดของ เรดแนปป์ ยิ่ง เดโฟ โชว์ฟอร์มกับทีมชาติอังกฤษอุ่นเครื่องกลางสัปดาห์ด้วยแล้ว

งานนี้เจ้าบ้านมั่นใจกับแนวรุกได้มากพอสมควร

อย่างไรก็ตามช่วงทัวร์เอเชีย และอุ่นเครื่องล่าสุดนั้น เรดแนปป์ ทดลองทีมไปพอสมควร และดูเหมือนว่า พลาฟลิวเชนโก กลายเป็นตัวเลือกลำดับสุดท้ายของแนวรุก งานนี้ คาดว่า เรดแนปป์ จะลองใช้ระบบ 4-4-2 โดยให้ทั้ง เคราช์ และ เดโฟ ลงเล่นพร้อมๆกัน ขณะที่ คีน ขยับมาเล่นด้านกว้างด้วยซ้ำ ขณะที่แดนกลาง อารอน เลนนอน, ฮัดเดิลสตัน และ ลูกา โมดริช น่าจะยืน ส่วนผู้รักษาประตู คาร์โล คูดิชินี

ลิเวอร์พูล
ย้ายเข้า – เกลน จอห์นสัน (พอร์ตสมัธ), อัลแบร์โต้ อาควิลานี (โรมา)
ย้ายออก – เซบาสเตียน เลโต (พานาธิไนกอส), เจอร์เมน เพนแนนต์ (เรอัล ซาราโกซา), อัลบาโร อาร์เบลัว (เรอัล มาดริด), ชาบี อลอนโซ (เรอัล มาดริด)

สภาพทีม – "หงส์แดง" มีปัญหาในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟคือ เจมี คาร์ราเกอร์ ที่ยังต้องลุ้นว่าผ่านการทดสอบความฟิตหรือไม่ ขณะที่ สตีเวน เจอร์ราร์ด ที่ขอถอนตัวจากทีมชาติอังกฤษน่าจะได้ลงเล่นเกมนี้ เพราะข่าวล่าสุดบอกว่าร่างกายพร้อมแล้ว

เกมนี้นักเตะใหม่คือ เกลน จอห์นสัน น่าจะได้โอกาสลงสนามทันที ขณะที่ฝั่งซ้ายคาดว่า อินซัว จะได้โอกาส ส่วนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ มาร์ติน สเคอเทิล และ แดน แอกเกอร์ ซ้อมได้แล้วเช่นกัน ขณะที่ แดนกลาง ลูคัส เลวา กับ มาสเชราโน จะลงเล่นตัวจริง โดย เจอร์ราร์ด ทำเกมรุกกับ ตอร์เรส ด้านข้าง เดิร์ค เคาต์ อีกฝั่งหนึ่ง ระหว่าง ไรอัน บาเบิล กับ เบนายูน

แทกติกการเล่น
คาดว่าน่าจะเป็นการสู้กันในแดนกลาง....

สเปอร์ส เน้นการคุมพื้นที่ตรงแดนกลางเพื่อไม่ให้ลิเวอร์พูลได้ขึ้นบอล เพื่อตัด เจอร์ราร์ด กับ ตอร์เรส ออกจากเกม ที่เหลือคือด้านริมเส้นซึ่งคาดว่า สเปอร์ส ใช้ แบกสองข้างดันขึ้นมาปิดทางวิ่งของปีกหงส์แดง เพื่อไม่ให้หงส์แดงเล่นเกมส่วนนี้

ขณะเดียวกันลูกเตะมุม, เซตพีซ และกลางอากาศเน้นมากเพราะมี ปีเตอร์ เคราช์ นำทีม กดดันเพื่อนเก่าของเขา ถือว่าผู้เล่นแนวรุกของสเปอร์ส ชั่วโมงนี้พร้อมทั้ง 4 คนเลยทีเดียว

ส่วนลิเวอร์พูลนั้นจะเล่นช่วงชิงพื้นที่แดนกลางมาเล่นให้ได้ อีกทั้งปีกสองข้างจะเป็นตัวช่วยทำเกมรุกริมเส้น ซึ่งคงไปเข้าทางของ เรดแนปป์ พอดี มันขึ้นอยู่กับว่า ลิเวอร์พูล จะได้ใช้ประโยชน์จากการเล่นเกมแบบนี้ของตัวเองมากขนาดไหน

คือต่างฝ่ายต่างรู้ว่าจะเล่นกันอย่างไร พอลงสนามแทกติกของทีมไหนจะเกิดผลมากกว่ากัน แต่ดูแล้วภาพโดยรวมน่าออกมาสูสีไม่น้อยเลยทีเดียว

ผลที่คาด....
ปีที่แล้ว ลิเวอร์พูลเหนือกว่าสเปอร์สทั้งสองเกม โดยเฉพาะที่ ไวท์ฮาร์ทเลน นำก่อน 1-0 เหนือกว่าทุกอย่าง แต่ท้ายสุดพลาดเอง โดนตีเสมอแล้วก็เสียประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บอย่างน่าเจ็บปวด ส่วนนัดสองพวกเขาก็ชนะตามฟอร์ม

ปีนี้เริ่มต้นเกมแรกยังไม่เข้าที่เข้าทางทั้งคู่ แพ้ชนะกันยาก.... โอกาสแบ่งคะแนนมีไม่ใช่น้อย

สเปอร์ส เสมอลิเวอร์พูล 1-1

คู่อื่นๆ วันเสาร์ที่ 15 ส.ค. 09

วิลล่า – วีแกน....เทียบฟอร์มแล้ว วิลล่าเจ้าบ้านดูเหนือกว่าทางด้าน วีแกน นัดนี้ วิลล่าชนะ 2-0

แบล็คเบิร์น – แมนฯซิตี้... หากทีมรวมดาราโลกของ แมนฯซิตี้ เล่นเข้ากันได้เลยมีโอกาสชนะขาด แต่เชื่อว่าไม่ง่ายแน่ แซม อัลลาไดซ์ จอมแทกติก น่าจะมีทีเด็ดนัดนี้โดยเฉพาะ

โบลตัน-ซันเดอร์แลนด์ .... ฝ่ายหลังซื้อนักเตะมาเสริมทีมหลายคนทั้ง ดาร์เรน เบนต์, แคทเทิลโมล มีประสบการณ์และต้องการพิสูจน์ตัวเอง แบ่งแต้มหรือไม่ก็ซันเดอร์แลนด์บุกชนะ

เชลซี – ฮัลล์ ซิตี้... ทีมสิงห์บลูพร้อมทุกตำแหน่ง ทีมเวิร์คคือหัวใจของพวกเขา งานนี้ ฮัลล์ ต้านไม่อยู่ น่าแพ้ยับเยิน

เอฟเวอร์ตัน – อาร์เซนอล .... สไตล์ บู๋ ดุดันของ ทอฟฟี น่าจะทำให้ปืนใหญ่ต้านไม่ไหว เกมนี้ เจ้าบ้านมีโอกาสเก็บ 3 ตะแนนได้เลย

พอร์ตสมัธ – ฟูแลม ... สูสีกันมาก แต่การขาดแนวรุกไปของ ปอมปีย์ มีผลไม่น้อย ขณะที่ฟูแล่มเล่นนอกบ้านไม่ดี น่าแบ่งแต้มกัน

สโตค ซิตี้ – เบอร์นลีย์ .... ฝ่ายแรกเน้นเกมเซตพีซ และเล่นบอลโยน ส่วน เบอร์นลีย์ เล่นบอลกับพื้นสวยงาม แต่ไม่คมเท่าไหร่ แต่ก็มีลุ้นบุกมาชนะประเดิมพรีเมียร์ลีกได้เช่นกัน

วูล์ฟ-เวสต์แฮม... วูล์ฟถูกมองว่าเป็นทีมจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพที่ ประสบการณ์ไม่มาก เกมนี้น่าจะประเดิมแพ้นัดแรกต่อเวสต์แฮม ซึ่งคาร์ลตัน โคล กำลังทอปฟอร์ม

วันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค. 09

แมนฯยูไนเต็ด – เบอร์มิงแฮม ซิตี้... แม้ขาด โรนัลโด แต่ไม่มีปัญหาต่อระบบทีมของ แมนฯยูไนเต็ด นัดนี้เก็บสามคะแนนสบายหายห่วง เบอร์มิงแฮม ต้านไม่ไหวแน่นอน

บทความโดย "แจ็คกี้" อดิสรณ์ พึ่งยา




ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล วันที่ : 8/14/2009 12:11:40 AM


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Custom Search

ข่าว Hot!!!